วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

ความเชื่อของคนล้าานา


ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา
คนล้านนามีความเชื่อ ในเรื่องต่างๆ และยึดถือนำมาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ วันเกิดจนถึงวันตาย โดยเชื่อว่าจะช่วยให้มีความร่มเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งแก่ตน ครอบครัว และสังคมส่วนรวม ความเชื่อของคนล้านนานั้น นอกจากความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นศาสนาหลักแล้ว ยังมีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ผีสาง เทวดา เรื่องโชคลาง สังหรณ์ เรื่องเหนือธรรมชาติ ที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ ความเชื่อเหล่านี้ คน ล้านนาได้นำมาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนทำให้เกิดเป็นประเพณี พิธีกรรมและ วัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ล้านนาไปในที่สุด

1. ความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์
หอยเบี้ย เชื่อว่าเมื่อผูกตัวหอยเบี้ยไว้กับแขนของเด็ก ๆ จะสามารถป้องกันภูตผีปีศาจได้ และยังทำให้เด็กคนนั้นเป็นคนเลี้ยงง่าย
หิ่งห้อย เชื่อว่า ถ้าเด็กหรือผู้ใหญ่คนใดจับหิ่งห้อยมาเล่น ต่อไปภาคหน้าหรือเมื่อแก่ตัว จะทำให้เป็นโรคมือสั่น

2. ความเชื่อเกี่ยวกับคนและกิริยาอาการ
กินบกจกลง คนล้านนาจะกินข้าวเหนียวเป็นหลัก โดยจะบรรจุข้าวเหนียวไว้ใน ไหข้าวที่ใช้นึ่งข้าว เวลากินข้าว ผู้เฒ่าผู้แก่จะสอนลูกหลานให้คดข้าวจากด้านบนก่อน ห้ามคดลงไปข้างล่างเจาะเอาเฉพาะข้าวที่อยู่ตรงกลางไห ในลักษณะที่เรียกว่า “กินบกจกลง” เชื่อว่า ถ้าบ้านใดกระทำเช่นนั้น จะทำให้ข้าวในยุ้งบกบางหรือ ลดลงอย่างรวดเร็ว หรือมิฉะนั้นก็ทำให้ข้าวของเงินทองพร่องลงไปมาก จนหมดสิ้นไปในที่สุด

กวาดเรือน ตามปรกติคนล้านนาจะกวาดเรือนตอนเช้าหรือตอนกลางวัน ถ้าไม่จำเป็นจะไม่กวาดเรือนเวลากลางคืน เพราะถือว่า การกวาดเรือนในตอนกลางคืน เป็นการกวาดเอาข้าวของเงินทองออกจากเรือนไป ความจริงคงเป็นเพราะว่าใน เวลากลางคืนมีแสงสว่างไม่เพียงพอ มองไม่เห็นข้าวของเครื่องใช้ที่มีขนาดเล็ก อาทิ เข็มเย็บผ้า เป็นต้น อาจทำให้ข้าวของเครื่องใช้เหล่านั้นสูญหายได้ เมื่อมีคนที่เจ้าของเรือนไม่ชอบมานั่งพูดคุยด้วย ถ้าไม่อยากให้แขกรายนั้น มาอีก เมื่อเขากลับไปแล้วให้รีบเอาไม้กวาดๆ ไล่ พร้อมพูดเบาๆ ว่า “ไป ไป” เชื่อว่า บุคคลนั้นจะไม่มาเรือนนั้นอีก
3. ความเชื่อเกี่ยวกับพิธีกรรมและไสยศาสตร์

จกคอละอ่อน   คือการที่แม่ช่าง (หมอตำแย) หรือหมอทำคลอดใช้นิ้วมือล้วงเข้าไปใน ลำคอของทารกแรกคลอด เพื่อล้วงเอาเสลดหรือเลือดที่ติดค้างในลำคอออกมา เชื่อว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้ เมื่อโตขึ้นเด็กคนนั้นจะป่วยเป็นโรคหืดหอบได้
น้ำนม  เชื่อว่า ถ้าเอาน้ำนมของคนทาที่ศีรษะของเด็กทารกที่มีผมบาง จะทำให้ผม ขึ้นดกหนา ถ้าเอาน้ำนมหยอดตาคนที่เป็นโรคตาแดง ก็จะหาย และถ้าเอาน้ำนม มนุษย์ผสมกับดินปืนที่ใช้ทำบอกไฟดอก เชื่อว่าเมื่อจุดบอกไฟจะไม่ค่อยมีควันและ มีดอกสวยงามสว่างไสว
แกว่งข้าว  ถ้าเรือนใดมีเด็กทารกที่เลี้ยงยาก มักร้องไห้งอแงอยู่เสมอ ไม่ค่อยกินนม ในสมัยก่อนพ่อแม่จะเอาผ้าอ้อมของเด็กไปให้คนทำพิธีแกว่งข้าวให้ ใช้หม้อนึ่งและไหข้าว ช่วยในการทำนายโดยผู้ทำพิธีจะเอาข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนกลมแล้วผูกด้วยด้าย เอา ปลายข้างหนึ่งไปผูกกับไม้ด้ามข้าว ส่วนปลายอีกข้างหนึ่งผูกกับผ้าอ้อมเด็ก พร้อมกับ กล่าวลำดับเครือญาติของเด็กที่ได้ตายไปแล้ว ถ้าเรียกขานชื่อถึงญาติคนใดแล้ว ก้อนข้าวนั้นแกว่งไปมา แสดงว่าคน ๆ นั้นกลับชาติมาเกิด ชาวล้านนาเชื่อว่าถ้าได้ทำ พิธีนี้แล้ว เด็กทารกนั้นจะกลายเป็นคนเลี้ยงง่ายและโตวันโตคืน
เม่า  เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกในช่วงที่ยังกินนม อาการคือ บริเวณรอบริมฝีปาก และลิ้นของเด็กจะมีลักษณะคล้ายกับถูกน้ำร้อนลวกจนสุก ทำให้เด็กรู้สึกแสบแล้วร้องไห้ การรักษาโรคเม่าของคนสมัยก่อนนั้น พ่อแม่เด็กจะทำกรวยดอกไม้ จากนั้นจะนำกรวย ไปเสียบไว้ข้างฝาหรือหลังคาเรือน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งวันจึงนำกรวยดอกไม้นั้นมา ทำพิธีเสกเป่าอีกครั้งหนึ่ง และทำอย่างนี้ทุก ๆ วัน จนกว่าเด็กจะหาย
รก  ชาวล้านนาเชื่อว่าหลังจากคลอดแล้วแต่รกไม่ออกตามมา ให้ระวังว่ารกจะขึ้นปิด ลิ้นปี่จนทำให้เด็กหายใจไม่ออก และอาจถึงตายได้ ในสมัยก่อนต้องให้หมอเวทมนตร์ มาเสกคาถาสะเดาะเคราะห์ใส่น้ำให้แม่เด็กดื่มเพื่อบังคับรกให้ออก เมื่อนำรกไปฝัง ให้ใช้เข็มแทงลงไปที่ห่อรกแล้วจึงนำไปฝัง เชื่อว่าจะทำให้เด็กเจ้าของรก เป็นคนที่มีปัญญาฉลาดเฉียบแหลมเหมือนเข็ม หลังจากที่เด็กคลอดแล้ว ให้ตัดสายรกเก็บไว้สัก 1 ข้อมือ นำไปตากให้แห้ง เมื่อมีลูก หลายคนและลูก ๆ เติบโตแล้ว ให้ฝนสายรกที่เก็บไว้โดยรกของพี่ฝนให้น้องกินและรก ของน้องฝนให้พี่กิน เชื่อว่าลูก ๆ จะรักกัน ไม่ทะเลาะหรือเป็นศัตรูกัน ลูก  ถ้าลูกคนแรกเกิดมาเป็นผู้หญิงและมีหน้าตาเหมือนแม่ เชื่อว่าจะเป็นคนอาภัพ ถ้าเหมือนพ่อ จะมีวาสนาดี แต่ถ้าเป็นลูกชายและมีหน้าตาเหมือนพ่อ จะเป็นคน อาภัพ ถ้าเหมือนแม่จะมีวาสนาดี
สายดือ  หรือสายสะดือ หลังคลอด แม่ช่างหรือหมอตำแยจะตัดสายสะดือของทารก เชื่อว่าถ้าตัดสายสะดือเด็กจนเหลือสั้นเกินไป โตขึ้น เขาจะเป็นคนใจร้อน วู่วาม โมโหง่าย และถ้าเอาสายสะดือที่หลุดแล้วของลูกทุกคนมาตากแดดให้แห้งแล้วเก็บไว้ ภายหลัง เอาสายสะดือเหล่านั้นมาแช่น้ำให้ลูก ๆ ดื่ม เชื่อว่าลูกทุกคนจะรักกันมาก
สายแห่  หรือสายรก เถ้าเด็กที่คลอดออกมาเป็นชาย มีสายแห่พันรอบคอได้ 2 รอบ เชื่อว่าโตขึ้นเขาจะได้บวชเป็นสามเณรหรือพระภิกษุ
หลอนเดือน  การที่มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดไปเยี่ยมทักทายแม่ของเด็กทารกที่เพิ่งคลอด และอยู่ไฟครบกำหนด 1 เดือนในวันนั้น และเป็นคนแรกที่ไปเยี่ยม เรียกว่าบุคคลผู้นั้นเป็น ผู้ไปหลอนเดือน เชื่อว่าถ้าอุปนิสัยใจคอของคนนั้นเป็นเช่นใด ต่อไปเด็กก็จะมีนิสัยเหมือน คนๆ นั้นด้วย
อุ๊ก  เป็นการเอาเด็กทารกแรกคลอดนอนในกระด้ง แล้วเอาผ้าห่มวงรอบตัวเด็กหลายรอบ ในลักษณะเป็นเกลียวขึ้นด้านบน เปิดบริเวณใบหน้าไว้โดยคลุมด้วยผ้าบางเพื่อป้องกัน ไม่ให้เด็ก ทารกถูกลม ให้กระทำเช่นนี้ ประมาณ 7 – 15 วัน แต่หากไม่ “อุ๊ก” ตัวอย่างนี้ เชื่อว่า ผิวหนังเด็กทารกจะไม่สวย มีลักษณะลายพร้อย กระดำกระด่างไปทั่วตัว
อุจจาระ  คนล้านนาเชื่อว่าถ้าเด็กไม่รู้เดียงสา ชอบเล่นอุจจาระของตัวเอง โตขึ้นเป็น ผู้ใหญ่จะปรุงอาหารเก่ง รสอร่อย
วันเนา  หรือวันเน่า คือ วันถัดจากวันสังขารล่อง หรือวันก่อนหน้าวันขึ้นปีใหม่ ปัจจุบัน ตรงกับวันที่ 14 เมษายน ชาวล้านนามีความเชื่อว่าถ้าได้ตัดไม้ในวันนี้ โดยเฉพาะ ไม้ไผ่แล้ว จะไม่มีแมลง เช่น มอด มากัดกินไม้ เพราะเนื้อไม้จะมีกลิ่นเน่าเหม็น เชื่อว่า ถ้าผู้ใดไม่ระวังปากไม่ระวังคำพูด มีการด่าแช่งกัน หรือทะเลาะกันในวันนี้ จะทำให้ปากของคนเหล่านั้นเน่าเหม็นตลอดไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น